LangChainTools

LangSmith เปิดตัววงจรพัฒนา Agent: สร้าง, ทดสอบ, ปรับใช้, ติดตามผล

เขียนโดย

ร่างเนื้อหาด้วย AI ตรวจทานและแก้ไขโดยคน

อ่าน ~6 นาที

LangSmith เปิดตัววงจรพัฒนา Agent: สร้าง, ทดสอบ, ปรับใช้, ติดตามผล

TL;DR

  • LangSmith แนะนำ Agent Development Lifecycle แบบ 4 ขั้นตอน: สร้าง (Build), ทดสอบ (Test), ปรับใช้ (Deploy), และติดตามผล (Monitor)
  • เครื่องมืออย่าง LangChain, LangGraph, และ Deep Agents ช่วยในการสร้าง Agent ที่ซับซ้อน
  • LangSmith Platform ให้เครื่องมือสำหรับการสังเกตการณ์ (observability), การประเมิน (evaluation), และการปรับใช้ Agent
  • วงจรนี้เน้นการปล่อยเวอร์ชันเร็ว, เรียนรู้จากการใช้งานจริง, และปรับปรุงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้การสร้าง Agent เป็น การปฏิบัติที่ทำซ้ำได้

การสร้าง Agent ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือเป็นเป้าหมายสำคัญของหลายองค์กร แต่การจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างสม่ำเสมอนั้นต้องอาศัยกระบวนการที่เป็นระบบ LangSmith ได้เปิดตัว Agent Development Lifecycle ซึ่งเป็นกรอบการทำงาน 4 ส่วนที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้าง, ทดสอบ, ปรับใช้, และติดตามผล Agent ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำซ้ำได้ แนวทางนี้มองว่า Agent ไม่ใช่แค่โปรเจกต์ทดลอง แต่เป็น แนวปฏิบัติที่ทำซ้ำได้ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

วงจรการพัฒนา Agent นี้ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก คือ สร้าง (Build), ทดสอบ (Test), ปรับใช้ (Deploy), และ ติดตามผล (Monitor) การเรียงลำดับนี้มีความสำคัญ โดยเน้นย้ำว่าการทดสอบควรเริ่มต้นก่อนที่ Agent จะเข้าสู่การใช้งานจริง ไม่ใช่รอจน Agent ออกสู่ Production แล้วค่อยมาทดสอบ การมีวงจรที่แข็งแกร่งจะช่วยให้ทีมสามารถทดสอบ Agent ก่อนนำไปใช้งาน, ปรับใช้ในลักษณะที่มีการควบคุม, เฝ้าระวังพฤติกรรมของ Agent ใน Production, และนำข้อมูลที่ได้จากการสังเกตการณ์กลับมาปรับปรุงในรอบการสร้างและการประเมินครั้งต่อไป

ในขั้นตอน Build ทีมพัฒนาจะได้ตัดสินใจว่าต้องการสร้าง Agent ระบบประเภทใด และจะใช้ระดับของ abstraction แบบใด ทางเลือกมีหลากหลาย ตั้งแต่เครื่องมือแบบ code-first ไปจนถึงแบบ no-code หรือ low-code ในระบบนิเวศของ LangChain มีเครื่องมือโอเพนซอร์สอย่าง LangChain สำหรับการประกอบการเรียกใช้โมเดล, เครื่องมือ, prompt, การดึงข้อมูล (retrieval), ผลลัพธ์ที่มีโครงสร้าง (structured outputs), และ loop ของ Agent นอกจากนี้ยังมี LangGraph สำหรับการสร้างระบบ Agent ที่สามารถแตกแขนง, วนลูป, หยุดชั่วคราว, กลับมาทำงานต่อ, และคงสถานะ (persist state) และ Deep Agents สำหรับงานที่ต้องใช้ระยะเวลานาน โดยรองรับ prompt, ทักษะ (skills), MCP servers, hooks, middleware, และระบบไฟล์

เครื่องมือเหล่านี้ทำงานในระดับที่แตกต่างกัน โดย framework สำหรับ Agent จะเน้นไปที่ abstraction เพื่อช่วยให้นักพัฒนาสามารถประกอบการเรียกใช้โมเดล, เครื่องมือ, prompt, retrieval, structured outputs, และ agent loops ได้ง่ายขึ้น ส่วน agent runtimes จะเน้นไปที่การ execution เพื่อรองรับ Agent ที่ต้องการ state, control flow, ความทนทาน (durability), และการแทรกแซงจากมนุษย์ LangGraph เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในส่วนนี้ ซึ่งช่วยให้สร้างระบบ Agent ที่สามารถแตกแขนง, วนลูป, หยุดชั่วคราว, กลับมาทำงานต่อ, และคงสถานะได้ตลอดเวลา ส่วน agent harnesses จะเน้นที่การทำงานจริง โดยให้โครงสร้างที่ Agent ต้องการสำหรับงานที่ต้องใช้ระยะเวลานาน เช่น prompts, skills, MCP servers, hooks, middleware, และระบบไฟล์ ซึ่ง Deep Agents เป็นตัวอย่างของรูปแบบนี้

นอกจากเครื่องมือแบบ code-first แล้ว ยังมีเครื่องมือแบบ no-code และ low-code สำหรับขั้นตอน Build อีกด้วย เครื่องมืออย่าง LangSmith Fleet, Claude Cowork, และ n8n ช่วยให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา Agent ได้มากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ เพราะผู้ที่เข้าใจ workflow ที่ต้องการ อาจไม่ใช่คนที่เขียนโค้ดเสมอไป อย่างไรก็ตาม เครื่องมือแบบ no-code ไม่ได้ทำให้การควบคุมของวิศวกรรมหมดความจำเป็น ยิ่งระบบมีความซับซ้อนมากขึ้น ทีมก็ยิ่งต้องการวิธีการในการขยายหรือเขียนทับพฤติกรรมด้วยโค้ด โดย hooks และ middleware มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะช่วยให้ทีมสามารถเพิ่ม logic ที่กำหนดเองได้รอบๆ การเรียกใช้เครื่องมือ, การจัดการ context, การอนุมัติ, การยืนยันตัวตน (auth), หรือกฎทางธุรกิจ โดยไม่ต้องสร้าง Agent ใหม่ทั้งหมด

สรุป

  • LangSmith แนะนำ Agent Development Lifecycle ที่ครอบคลุม 4 ขั้นตอนหลัก: สร้าง, ทดสอบ, ปรับใช้, และติดตามผล
  • เครื่องมือโอเพนซอร์ส เช่น LangChain, LangGraph, และ Deep Agents ช่วยเสริมประสิทธิภาพในขั้นตอนการสร้าง Agent
  • LangSmith Platform และ LangSmith Fleet เป็นเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนตลอดวงจรการพัฒนา ตั้งแต่การสร้างไปจนถึงการติดตามผล
  • เป้าหมายหลักคือการเปลี่ยนการสร้าง Agent จากโปรเจกต์ที่ทำครั้งเดียว ให้กลายเป็นการ ปฏิบัติที่ทำซ้ำได้ โดยเน้นการเรียนรู้และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มา: The Agent Development Lifecycle

Hermes Agent ปลดล็อก AI พัฒนาตัวเองบน NVIDIA RTX และ Qwen 3.6 สำหรับการรันในเครื่อง

Hermes Agent ปลดล็อก AI พัฒนาตัวเองบน NVIDIA RTX และ Qwen 3.6 สำหรับการรันในเครื่อง

Hermes Agent นำเสนอความสามารถ AI ที่ปรับปรุงตัวเองได้ ซึ่งปรับให้เหมาะกับการใช้งานแบบ Local บน NVIDIA RTX PC และเวิร์กสเตชัน และเสริมประสิทธิภาพด้วย LLM แบบ Open-weight Qwen 3.6 ใหม่

อ่านข่าวนี้

อยากให้แจ้งเตือน ตอน Newsletter เปิดตัวมั้ย?

เรากำลังวัดความสนใจก่อนเปิด weekly AI digest จริงๆ ใส่ email ไว้ เราจะ email ไปบอกตอนเปิดตัว — ส่งครั้งเดียว ไม่มี spam

เราใช้ email เฉพาะเพื่อแจ้งเปิดตัว newsletter เท่านั้น ไม่มี spam — อ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว