AI อะไรเนี่ย

Tools

เร่งการปรับใช้ LLM แบบกำหนดเองด้วย Oumi และ Amazon Bedrock

เร่งการปรับใช้ LLM แบบกำหนดเองด้วย Oumi และ Amazon Bedrock

สวัสดีเพื่อนๆ สาย AI! วันนี้เรามีข่าวดีสำหรับใครที่กำลังปวดหัวกับการปรับแต่ง LLM (Large Language Models) แบบโอเพนซอร์ส แล้วนำขึ้น Production ให้ได้ง่ายๆ ตอนนี้ AWS มีโซลูชันที่ช่วยให้ขั้นตอนเหล่านี้ราบรื่นขึ้นเยอะเลย ด้วยการผสานพลังระหว่าง Oumi และ Amazon Bedrock มาดูกันว่ามันช่วยอะไรได้บ้าง

หลายคนคงเคยเจอปัญหาว่าการ Fine-tuning LLM แบบโอเพนซอร์สเนี่ย ชอบไปสะดุดระหว่างขั้นตอนการทดลองกับการนำไปใช้งานจริงใช่ไหมล่ะ? ไม่ว่าจะเป็นการจัดการคอนฟิกการฝึก การจัดเก็บไฟล์ต่างๆ หรือการปรับใช้ให้รองรับการใช้งานจำนวนมาก แต่โซลูชันนี้จะเข้ามาช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้นมากๆ

Oumi คืออะไร?

Oumi เป็นระบบโอเพนซอร์สที่ออกแบบมาเพื่อทำให้วงจรชีวิตของ Foundation Model (FM) ตั้งแต่การเตรียมข้อมูล การฝึก ไปจนถึงการประเมินผล ง่ายขึ้นมากๆ โดยใช้การกำหนดค่าเพียงครั้งเดียว สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้หลายครั้งในทุกๆ การทดลอง ทำให้งานของเราเป็นระเบียบและทำซ้ำได้ง่ายขึ้นเยอะเลย

ประโยชน์หลักๆ ของ Oumi ที่จะช่วยให้งานคุณง่ายขึ้นมีหลายอย่างเลยนะ:

  • การฝึกแบบ Recipe-driven: กำหนดค่าครั้งเดียว จบ! เอาไปใช้ได้เลย ไม่ต้องมานั่งเขียนโค้ดซ้ำๆ ซากๆ ลดความยุ่งยากและมั่นใจได้ว่าผลลัพธ์จะทำซ้ำได้เสมอ
  • การปรับแต่งที่ยืดหยุ่น: จะ Full Fine-tuning หรือจะใช้เทคนิคประหยัดพารามิเตอร์อย่าง LoRA ก็เลือกได้ตามใจชอบ ตามข้อจำกัดของงานคุณเลย
  • การประเมินผลในตัว: สามารถประเมินโมเดลที่ปรับแต่งแล้วได้เลย ทั้งใช้ Benchmark หรือจะใช้ LLM-as-a-judge ก็ได้ ไม่ต้องหาเครื่องมือเพิ่ม
  • การสังเคราะห์ข้อมูล: สร้างชุดข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงกับงานได้ง่ายๆ ตอนที่เรามีข้อมูลจริงน้อย

Oumi ช่วยให้การทดลองทำได้เร็วขึ้นมาก เพราะมีสูตร (recipe) แบบโมดูลาร์ที่ปรับแต่งได้ ทำให้เราสามารถทดลองการตั้งค่าต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ลองจินตนาการดูว่าคุณสามารถจัดการทุกอย่างบน AWS โดยใช้ Amazon EC2 สำหรับการฝึก และเก็บข้อมูลไว้ใน Amazon S3 ได้อย่างปลอดภัย

Amazon Bedrock เข้ามาช่วยยังไง?

หลังจากที่เราปรับแต่งโมเดลด้วย Oumi เสร็จแล้ว Amazon Bedrock จะเข้ามาเสริมทัพด้วยการให้บริการอนุมาน (inference) ที่มีการจัดการแบบไร้เซิร์ฟเวอร์ (serverless) ทำให้คุณไม่ต้องวุ่นวายกับการจัดการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการอนุมานเลยแม้แต่น้อย

การนำเข้าโมเดลที่ปรับแต่งแล้วไปที่ Amazon Bedrock ผ่าน Custom Model Import นั้นง่ายมากๆ แค่ 3 ขั้นตอน:

  1. อัปโหลดโมเดลของคุณขึ้น Amazon S3
  2. สร้าง Import Job ใน Amazon Bedrock
  3. เรียกใช้งานโมเดลได้เลย

ง่ายแบบนี้ ทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการตั้งค่าหรือขยายขนาดโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการอนุมานอีกต่อไป Bedrock จะจัดการให้ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

เวิร์กโฟลว์ทำงานยังไง?

ภาพรวมของเวิร์กโฟลว์นี้จะประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลักๆ ที่ทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น:

  1. ปรับแต่งโมเดลด้วย Oumi บน EC2: คุณสามารถใช้ GPU-optimized instances บน Amazon EC2 อย่าง g5.12xlarge, p4d.24xlarge หรือ g6.12xlarge เพื่อติดตั้ง Oumi และรันการฝึกโมเดลได้เลย สำหรับโมเดลขนาดใหญ่ Oumi ยังรองรับการฝึกแบบกระจาย (distributed training) ด้วยกลยุทธ์อย่าง Fully Sharded Data Parallel (FSDP), DeepSpeed และ Distributed Data Parallel (DDP) เพื่อใช้กับ multi-GPU หรือ multi-node ได้อีกด้วยนะ
  2. จัดเก็บ Artifacts ใน S3: ไฟล์น้ำหนักโมเดล (model weights), Checkpoints และ Log ต่างๆ จะถูกจัดเก็บไว้ใน Amazon S3 อย่างถาวรและปลอดภัย ทำให้มั่นใจได้เรื่องการทำซ้ำและความน่าเชื่อถือของข้อมูล
  3. ปรับใช้ไปยัง Amazon Bedrock: จากนั้นก็สร้าง Custom Model Import job ชี้ไปที่ Artifacts ใน S3 ของคุณ แค่นี้ Amazon Bedrock ก็จะจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการอนุมานให้โดยอัตโนมัติ และแอปพลิเคชันของคุณก็สามารถเรียกใช้งานโมเดลผ่าน Amazon Bedrock Runtime APIs ได้ทันที

โซลูชันนี้ตอบโจทย์ความท้าทายหลายอย่างในการนำ LLM ที่ปรับแต่งแล้วไปใช้งานจริงได้เป็นอย่างดี

ประโยชน์และข้อดีของโซลูชันนี้

โซลูชันที่ผสาน Oumi และ Amazon Bedrock เข้าด้วยกันนี้ ช่วยแก้ปัญหาใหญ่ๆ ที่นักพัฒนาและองค์กรต่างๆ มักเจอในการนำ LLM ไปใช้งานจริง:

  • ความเร็วในการพัฒนา: สูตร (recipes) แบบโมดูลาร์ของ Oumi ช่วยให้การทดลองทำได้เร็วขึ้นมาก ทำให้เราปรับแต่งและทดสอบคอนฟิกต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
  • การทำซ้ำได้ (Reproducibility): Amazon S3 จะจัดเก็บ Checkpoints ที่มีการจัดเวอร์ชันและเมตาดาต้าของการฝึก ทำให้มั่นใจได้ว่าเราสามารถทำซ้ำผลลัพธ์เดิมได้เสมอ
  • การอนุมานที่ปรับขนาดได้: Amazon Bedrock สามารถปรับขนาด (scale) อัตโนมัติ โดยที่คุณไม่ต้องมาจัดการ GPU หรือ Provisioning ด้วยตัวเองเลย
  • ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด: มีการรวมเข้ากับบริการ AWS Identity and Access Management (IAM), Amazon Virtual Private Cloud (VPC) และ AWS Key Management Services (KMS) โดยตรง ทำให้มั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูลและการเข้าถึง
  • การเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน: คุณสามารถใช้ Amazon EC2 Spot Instances สำหรับการฝึกเพื่อลดต้นทุน และ Amazon Bedrock ก็มีราคาสำหรับการใช้งาน Custom Model แบบคิดตามช่วงเวลา 5 นาที ทำให้ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี

ตัวอย่างการใช้งานจริงและข้อกำหนดเบื้องต้น

ในบทความจาก AWS ได้แสดงตัวอย่างการใช้งานจริงโดยใช้โมเดล meta-llama/Llama-3.2-1B-Instruct และสาธิตใน AWS Region us-west-2 ซึ่งเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับโมเดลโอเพนซอร์สอื่นๆ ได้อีกมากมายเลยนะ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ บทความเกี่ยวกับการเร่งปรับใช้ LLM แบบกำหนดเองด้วย Oumi และ Amazon Bedrock

ก่อนที่จะเริ่มใช้งาน คุณจะต้องเตรียมสิ่งต่างๆ ดังนี้:

  • บัญชี AWS ที่มีสิทธิ์ในการใช้งาน EC2, S3 และ Custom Model Import ใน Region ที่ต้องการ
  • IAM role ที่กำหนดค่าไว้สำหรับการอ่าน/เขียน Artifacts ใน S3 และสร้าง Custom Model Import job
  • AWS CLI เวอร์ชัน 2 ขึ้นไปที่กำหนดค่าด้วย Credentials
  • บัญชี Hugging Face พร้อม Access Token สำหรับโมเดลที่ต้องเข้าถึง

เริ่มต้นใช้งานยังไง?

ถ้าคุณอยากลองทำตามขั้นตอนการปรับแต่ง LLM ด้วย Oumi และ Deploy ไปยัง Amazon Bedrock ด้วยตัวเอง คุณสามารถเข้าไปดูบทความฉบับเต็มของ AWS ได้เลย ซึ่งมีขั้นตอนละเอียดตั้งแต่การตั้งค่าสภาพแวดล้อม AWS, การติดตั้ง Oumi, การกำหนดค่าการฝึก ไปจนถึงการ Import โมเดลเข้า Bedrock พร้อมโค้ดตัวอย่างใน GitHub เพื่อให้คุณได้ลองเล่นตามได้ง่ายๆ โดยเวิร์กโฟลว์นี้จะช่วยให้คุณสามารถปรับใช้ LLM แบบกำหนดเองได้อย่างรวดเร็ว

สรุป

การผสาน Oumi กับ Amazon Bedrock เป็นโซลูชันที่ทรงพลังและใช้งานง่ายมากๆ สำหรับนักพัฒนาและองค์กรที่ต้องการปรับแต่ง LLM แบบโอเพนซอร์ส และนำไปใช้งานจริงได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และปรับขนาดได้ ใครที่กำลังมองหาวิธีทำให้ LLM ของตัวเองพร้อมใช้งานจริงใน Production แบบไม่ต้องปวดหัวกับการจัดการ Infrastructure ต้องลองโซลูชันนี้เลย!

อ่านต่อ: เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับขั้นตอนการเร่งปรับใช้ LLM ด้วย Oumi และ Amazon Bedrock เพื่อดูขั้นตอนการตั้งค่าและตัวอย่างโค้ดโดยละเอียด.