Model
Anthropic เปิดตัว Claude 4: โมเดล Opus 4 และ Sonnet 4
![]()
สวัสดีเพื่อนๆ ชาว AI ทุกคน! วันนี้มีข่าวดีมาบอกจาก Anthropic ที่ได้เปิดตัวโมเดล AI เจเนอเรชันใหม่ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2025 นั่นก็คือ Claude Opus 4 และ Claude Sonnet 4 นั่นเอง! การมาถึงของสองโมเดลนี้เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ที่น่าตื่นเต้นมากๆ ในวงการด้านการเขียนโค้ด การให้เหตุผลขั้นสูง และการทำงานของ AI Agent เลยนะ อ่านข่าวเปิดตัว Claude 4 เพิ่มเติมได้เลย
มาดูกันที่ตัวท็อปอย่าง Claude Opus 4 กันก่อนเลย ตัวนี้ Anthropic บอกว่าเป็นโมเดล AI ที่เก่งที่สุดในโลกด้านการเขียนโค้ด ณ ตอนนี้เลยนะ! เขาทดสอบแล้วได้คะแนนสูงถึง 72.5% บน SWE-bench และ 43.2% บน Terminal-bench ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันสามารถจัดการงานเขียนโค้ดที่ซับซ้อนและยาวนานได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมงเลยทีเดียว! สุดยอดไปเลยสำหรับงานที่ต้องใช้ความละเอียดและคิดหลายขั้นตอน
ส่วน Claude Sonnet 4 ก็ไม่ใช่เล่นๆ นะ! นี่คือการอัปเกรดครั้งสำคัญจาก Sonnet 3.7 เดิม ที่มาพร้อมความสามารถในการเขียนโค้ดที่ยอดเยี่ยม ทำคะแนนบน SWE-bench ได้สูงถึง 72.7% เลยทีเดียว โมเดลนี้เน้นความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพกับความรวดเร็ว ทำให้เหมาะกับการใช้งานทั้งภายในองค์กรและทั่วไป ที่สำคัญคือ Sonnet 4 ยังเปิดให้ผู้ใช้งานแบบฟรีได้ลองใช้กันด้วยนะ ว้าวมาก! อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Claude ลองดูได้ที่นี่เลย ทำความรู้จัก Claude
ฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจสำหรับทั้ง Opus 4 และ Sonnet 4 ก็มีเยอะแยะเลยล่ะ:
- การคิดแบบขยายผลพร้อมใช้เครื่องมือ (Extended thinking with tool use) (beta): โมเดลสามารถใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น การค้นหาเว็บ ระหว่างกระบวนการคิดที่ยาวนานได้ ทำให้ Claude สลับไปมาระหว่างการคิดและการใช้เครื่องมือเพื่อตอบกลับได้ดีขึ้น
- การทำงานแบบขนานของเครื่องมือ (Parallel tool execution): สามารถใช้เครื่องมือหลายอย่างพร้อมกันได้
- หน่วยความจำที่ดีขึ้น: เมื่อนักพัฒนาให้สิทธิ์เข้าถึงไฟล์ในเครื่อง โมเดลจะมีความสามารถในการจดจำและดึงข้อมูลสำคัญมาใช้ได้อย่างต่อเนื่อง ยอดเยี่ยมมากสำหรับการสร้าง AI Agent ที่จำข้อมูลได้เยอะๆ
- สรุปกระบวนการคิด (Thinking summaries): มีการใช้โมเดลขนาดเล็กเพื่อช่วยสรุปกระบวนการคิดที่ยาวๆ ให้สั้นลงได้ด้วยนะ
- ลดการใช้ทางลัด: โมเดลใหม่นี้มีแนวโน้มที่จะใช้ทางลัดหรือช่องโหว่ในการทำงานน้อยลงถึง 65% เมื่อเทียบกับ Sonnet 3.7 ซึ่งหมายความว่ามันจะทำงานได้ละเอียดรอบคอบมากขึ้นนั่นเอง
และที่พลาดไม่ได้คือ Claude Code ที่ตอนนี้เปิดให้ใช้งานทั่วไปแล้วจ้า! Claude Code ช่วยให้นักพัฒนาทำงานร่วมกับ Claude ได้อย่างราบรื่นมากขึ้น มันรองรับงานเบื้องหลังผ่าน GitHub Actions และสามารถผนวกรวมเข้ากับ VS Code และ JetBrains ได้โดยตรงเลยนะ ทำให้เห็นการแก้ไขโค้ดได้ทันทีในไฟล์ของเรา เหมือนมีเพื่อนโปรแกรมเมอร์มาช่วยคู่กันเลยทีเดียว ดูรายละเอียด Claude Code เพิ่มเติมได้เลย
สำหรับนักพัฒนา ก็มี API ใหม่ๆ ให้ใช้ด้วยนะ เช่น เครื่องมือรันโค้ด, MCP connector, Files API และความสามารถในการแคช prompt ได้นานถึงหนึ่งชั่วโมง ทำให้สร้าง AI Agent ที่ทรงพลังยิ่งขึ้นไปอีก
โมเดล Claude 4 ทั้งสองตัวนี้ก็พร้อมให้ใช้งานผ่าน API ของ Anthropic เอง รวมถึงบนแพลตฟอร์มคลาวด์ชั้นนำอย่าง Amazon Bedrock และ Google Cloud Vertex AI ด้วยนะ สะดวกสุดๆ!
เรื่องราคา ก็ยังคงเดิมเลยสำหรับผู้ใช้งาน: Opus 4 อยู่ที่ $15 ต่อล้านโทเค็นสำหรับการป้อนข้อมูล และ $75 ต่อล้านโทเค็นสำหรับการตอบกลับ ส่วน Sonnet 4 อยู่ที่ $3 และ $15 ตามลำดับ โมเดลทั้งสองมีให้ใช้ในแผน Claude Pro, Max, Team และ Enterprise และอย่างที่บอกไปแล้วว่า Sonnet 4 ยังมีให้ใช้กับผู้ใช้งานฟรีอีกด้วยนะ
เรียกได้ว่า Claude Opus 4 และ Sonnet 4 เป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยน AI ให้เป็นเหมือนเพื่อนร่วมงานเสมือนจริงของเรา ที่สามารถเข้าใจบริบททั้งหมด, โฟกัสกับโปรเจกต์ระยะยาวได้ และสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้เลยล่ะ
ลองได้ที่: https://www.anthropic.com/news/claude-4 มาลองสัมผัสพลังของ Claude 4 ด้วยตัวคุณเองเลย!