Industry
Anthropic เปิดสำนักงานที่บังคาลอร์ พร้อมประกาศความร่วมมือใหม่ทั่วอินเดีย
![]()
สวัสดีเพื่อนๆ ชาว AI! วันนี้มีข่าวใหญ่จากวงการ AI ที่น่าจับตามากๆ เมื่อ Anthropic ผู้พัฒนา AI ตัวเก่งอย่าง Claude ได้ประกาศเปิดสำนักงานแห่งใหม่ที่บังคาลอร์ ประเทศอินเดียอย่างเป็นทางการ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายตลาดสู่ภูมิภาคนี้ หลังจากโตเกียวที่เป็นสำนักงานแห่งแรกในเอเชียเลยนะ บอกเลยว่าการขยายตัวครั้งนี้ไม่ได้มาแค่เปิดออฟฟิศเฉยๆ แต่ยังพ่วงมาด้วยความร่วมมือสุดปังทั่วอินเดียอีกเพียบ!
เกิดอะไรขึ้น?
Anthropic ได้เปิดสำนักงานแห่งใหม่ที่บังคาลอร์ ซึ่งจะมีคุณ Irina Ghose เข้ามานั่งตำแหน่ง Managing Director ประจำอินเดีย นับเป็นสำนักงานแห่งที่สองในเอเชียต่อจากโตเกียวเลยนะ ที่น่าสนใจคืออินเดียเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของ Claude.ai เลยทีเดียว! เกือบครึ่งหนึ่ง (50%) ของการใช้งาน Claude ในอินเดียเป็นการทำงานที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และคณิตศาสตร์ เช่น การสร้างแอปพลิเคชันและการปรับปรุงระบบให้ทันสมัย ซึ่งนี่แสดงให้เห็นว่าอินเดียเป็นแหล่งรวมนักพัฒนาและผู้ใช้งาน AI ที่เก่งกาจขนาดไหน
แถมรายได้ (run-rate revenue) ของ Anthropic ในอินเดียยังเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตั้งแต่ประกาศขยายธุรกิจไปเมื่อเดือนตุลาคม 2025 อีกด้วย และเพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย Anthropic ได้ปรับปรุงให้ Claude สามารถสื่อสารภาษาอินเดียได้คล่องแคล่วขึ้นถึง 10 ภาษาหลักๆ เลยนะ ได้แก่ ฮินดี, เบงกาลี, มราฐี, เตลูกู, ทมิฬ, ปัญจาบี, คุชราตี, กันนาดา, มาลายาลัม และอูรดู สุดยอดไปเลย!
ทำไมคนในวงการ AI หรือคนใช้ AI ควรสนใจ?
การที่ Anthropic เข้ามาลุยตลาดอินเดียอย่างจริงจังแบบนี้ ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบในหลายมิติเลยนะ
-
ความร่วมมือกับภาคธุรกิจ: Anthropic ได้จับมือกับบริษัทใหญ่ๆ เพียบ!
- Air India ใช้ Claude Code ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ปรับแต่งตามความต้องการ (custom software development) ช่วยให้นักพัฒนาทำงานได้เร็วและลดต้นทุนลงได้เยอะ
- CRED ก็ใช้ Claude Code ทำให้ส่งมอบฟีเจอร์ได้เร็วขึ้น 2 เท่า และครอบคลุมการทดสอบดีขึ้น 10%
- Cognizant นำ Claude ไปใช้งานกับพนักงานกว่า 350,000 คนทั่วโลก เพื่อปรับปรุงระบบเก่าๆ และเร่งการพัฒนาซอฟต์แวร์
- Emergent ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI ที่สร้างด้วย Claude ก็ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ทำรายได้ประจำปี (ARR) แตะ 25 ล้านดอลลาร์ และมีผู้ใช้งานถึง 2 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึง 5 เดือน!
-
การสนับสนุนภาคการศึกษาและสังคม: Anthropic ไม่ได้มองแค่ธุรกิจนะ แต่ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วย
- ร่วมมือกับ Pratham องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรด้านการศึกษา โดยทดลองใช้เครื่องมือ "Anytime Testing Machine" ที่ขับเคลื่อนด้วย Claude กับนักเรียน 1,500 คนใน 20 โรงเรียน และมีแผนจะขยายไป 100 โรงเรียนภายในสิ้นปี 2026 นอกจากนี้ยังปรับปรุงระบบให้ผู้เรียนในโครงการ "Second Chance" ของ Pratham อีกกว่า 5,000 คน ได้ใช้งานด้วย
- สนับสนุน Adalat AI ในการเปิดตัวสายด่วน WhatsApp ทั่วประเทศ (เปิดตัววันนี้!) ที่ใช้ Claude เพื่อให้ข้อมูลอัปเดตคดีแบบเรียลไทม์ แปล สรุป และตอบคำถามเกี่ยวกับเอกสารทางกฎหมายในภาษาท้องถิ่นของอินเดีย ซึ่งเป็นทางออกสำหรับคดีที่ค้างอยู่กว่า 50 ล้านคดีในอินเดียเลยนะ!
-
ภาครัฐและมาตรฐานเปิด: อินเดียกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว
- กระทรวงสถิติและแผนงานแห่งอินเดีย (MoSPI) ได้เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ Model Context Protocol (MCP) อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกของรัฐบาลอินเดีย Model Context Protocol (MCP) เป็นมาตรฐานโอเพนซอร์สสากลที่ Anthropic สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน AI กับระบบภายนอก
- Swiggy แพลตฟอร์มสั่งอาหารและของชำชื่อดัง ก็ใช้ MCP เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งซื้อของชำและจองร้านอาหารผ่าน Claude ได้โดยตรง!
ต่อไปเป็นยังไง?
การเปิดสำนักงานที่บังคาลอร์และการเป็นผู้นำโดยคุณ Irina Ghose จะช่วยให้ Anthropic สามารถจ้างบุคลากรที่มีความสามารถในท้องถิ่น และทำงานร่วมกับพันธมิตรต่างๆ ในอินเดียได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เราน่าจะได้เห็นนวัตกรรมและการประยุกต์ใช้ AI ของ Claude ที่เข้าถึงผู้คนและธุรกิจในอินเดียได้กว้างขวางและลึกซึ้งยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้แน่นอน
อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขยายธุรกิจและพันธมิตรใหม่ๆ ในอินเดียครั้งนี้ของ Anthropic หรืออยากลองใช้ Claude ด้วยตัวเอง?
อ่านต่อ: Anthropic เปิดสำนักงานที่บังคาลอร์ พร้อมประกาศความร่วมมือใหม่ทั่วอินเดีย